รู้จัก "คริส การ์ดเนอร์" จากอดีตคนไร้บ้าน สู่ ชีวิตเศรษฐีพันล้าน จนถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ รางวัลลูกโลกทองคำ

คอมเมนต์:

เรื่องราวของ ชายหนุ่มตกงาน เมียทิ้ง ที่ต้องหอบหิ้ว ลูกชายตัวน้อยไปตระเวนหางานทำ เอาชีวิตรอดไปวันๆ ก่อนจะพบช่องทาง ทำมาหากินและกลายเป็นเจ้าของบริษัทที่ร่ำรวยเป็นพันล้าน

    อีกหนึ่งเรื่องจริงของ "คริส การ์ดเนอร์" (CHRIS GARDNER) ที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ในชื่อเรื่อง The Pursuit of Happiness ที่เผยแพร่เรื่องราวของ ชายหนุ่มตกงาน เมียทิ้ง ที่ต้องหอบหิ้ว ลูกชายตัวน้อยไปตระเวนหางานทำ เอาชีวิตรอดไปวันๆ ก่อนจะพบช่องทาง ทำมาหากินและกลายเป็นเจ้าของบริษัทการลงทุนที่ยิ่งใหญ่

    เส้นทางชีวิตของคริส เรียกว่า ติดลบมาตั้งแต่เกิด ครอบครัวยากจน แต่โชคดีที่เขาเป็นเด็กใฝ่ดีและพยายามเรียนหนังสือจนจบชั้นมัธยมศึกษา ก่อนจะเข้าไปประจำการเป็นทหารเรืออยู่ 4 ปี หลังปลดประจำการเขาเปลี่ยนมาเป็นเซลส์ ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ในแซนแฟรนซิสโก

 

Sponsored Ad

 

    หลังจากนั้น วันหนึ่งเขาเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดิน ลงมาจากรถเฟอร์รารี่สีแดงสุดหรู เขาตรงเข้าไปถามผู้ชายคนนั้นว่าทำงานอะไร คำตอบที่ได้คือ โบรกเกอร์ขายหุ้น หลังจากได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน สักพัก คริสตัดสินใจที่จะลองทำงานสายนี้ 

 

Sponsored Ad

 

    Bob Bridges เจ้าของเฟอร์รารี่แดง คันนั้นจึงใช้เส้นสายนัดสัมภาษณ์ให้เขาเข้าไปฝึกงานกับบริษัท DWR- Dean Witter Reynolds ให้ แต่ความซวยก็เข้ามาแทรก เพราะคืนก่อนวันสัมภาษณ์งาน คริส โดนจับข้อหาจอดรถผิดที่และยังไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ จึงต้องมาสัมภาษณ์งานใน สภาพยับเยิน แต่ความมุ่งมั่นตั้งใจ จนทำให้เขาได้เข้าไปฝึกงานกับบริษัทแห่งนั้นได้สำเร็จ แต่การฝึกงานไม่มีค่าจ้างให้

    ขณะที่ตอนนั้นเขามีทั้งภรรยาและลูก สุดท้าย ปัญหาด้านการเงินก็ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน คริสถูกจับข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนภรรยาทิ้งเขาไป โดยเหลือลูกไว้ให้เขาเลี้ยงต่างหน้า โดยตอนนั้นคริสแทบจะไม่มีเงินเหลือแล้ว และยังถูกไล่ออกจากบ้านเช่าอีกด้วย 

 

Sponsored Ad

 

    เขาต้องหอบหิ้วลูกชายไปแทบทุกที่ บางครั้งก็นอนหลับตามที่สาธารณะ บ้างก็นอนใต้โต๊ะทำงาน หลังคนออกไปหมดออฟฟิศแล้ว และยังต้องอาศัยอาหารสวัสดิการของคนไร้บ้าน รายได้ที่มีเพียงน้อยนิดก็ต้อง นำมาแบ่งเพื่อจ่ายให้สถานเลี้ยงเด็กเมื่อต้องไปฝากลูกไว้ในเวลากลางวันตอนที่เขาไป ฝึกงาน

 

Sponsored Ad

 

    คริสสู้อดทนเรียนรู้อย่างจริงจังและได้เข้าทำงานกับบริษัท The Bear Stearns Companies, Inc. ทําให้เขาเริ่มมีรายได้ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและ ส่งลูกเข้าโรงเรียนได้ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ในการทำงานอยู่พักใหญ่ คริส ก็ตัดสินใจลาออกมาเปิดบริษัทนายหน้าค้าหุ้นของตัวเองชื่อ Gardner Rich & Co. ในปี ค.ศ. 1987 โดยใช้บ้านตัวเองเป็นที่ตั้งบริษัท 

รูปจากในภาพยนตร์ VS รูปจากชีวิตจริง

 

Sponsored Ad

 

    ก่อนจะขยับขยายใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นบริษัทนายหน้าค้าหุ้นชั้นนำระดับโลก ส่งผลให้การ์ดเนอร์กลายเป็น เศรษฐีพันล้าน และเขาได้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองในชื่อ The Pursuit of Happiness ที่กลายเป็นหนังสือขายดีระดับโลก ก่อนจะนำมาสร้างเป็น ภาพยนตร์ชั้นนำที่ทำให้ วิล สมิท ที่เล่นเป็นคริสคว้ารางวัลลูกโลกทองคำ

 

Sponsored Ad

 

    แต่แล้วใน ปี 2012 ชีวิตของเขาก็ถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อภรรยาวัย 55 ปี ที่อยู่เคียงข้างกันมานานเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง ประโยคสุดท้ายที่ภรรยาพูด กับเขาคือ “เราก็เห็นกันแล้วว่าชีวิตนี้สั้นแค่ไหน คุณจะทำอะไรกับชีวิตที่เหลือ” คำพูดนั้นกระแทกใจคริสอย่างจัง 

    หลังจากประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นมา 30 ปี เขาตัดสินใจทิ้งงานบริษัทแล้วผันตัวมาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจและนักเขียน โดยนำบทเรียนจากประสบการณ์ชีวิตของเขามาแบ่งปันเพื่อให้กำลังใจผู้คน

Sponsored Ad

    ตามประสาคนมุ่งมั่น ไม่มีอะไรที่เขาจะทำไม่สำเร็จ ทุกวันนี้เขาเดินทางไป รอบโลกกว่า 200 วันต่อปีเพื่อขึ้นเวทีพูดคุยกับผู้คนใน 50 ประเทศ คริสบอกว่า เขาคือตัวอย่างที่พิสูจน์ว่าเกิดมาอย่างไร ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับใจคุณเอง

ที่มา : praew

บทความที่คุณอาจสนใจ