เจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดัง ทำงานมา 15 ปี สงสัยคอร์ส "พิมรี่พาย" ราคาทุนยังไม่ได้ ไมไม่สั่งยาจากบริษัทแม่

คอมเมนต์:

"สั่งจากบริษัทโดยตรง มันน่าจะได้ราคาที่ถูกกว่า Agency ด้วยซ้ำไป สงสัยเหมือนผมไหมครับ หรืออาจมีอะไรมากกว่านั้น" คุณหมอชื่อดังกล่าว

        ต้องบอกเลยว่าประเด็นดราม่าล่าสุดที่เกี่ยวของกับคลินิกของแม่ค้าออนไลน์ชื่อดังแห่งยุคอย่าง "พิมรี่พาย" กำลังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ ซึ่งล่าสุดหมอปลอมคนดังกล่าวก็ได้ถูกจับกุมเป็นที่เรียบร้อยแล้วที่จังหวัดชลบุรี โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น และเคยเป็นเซลล์อยู่ที่คลินิกความงามแถวจตุจักร พอขยายสาขาตนจึงได้เป็นผู้จัดการด้วย และระหว่างที่ทำงานเคยเอาโบท็อกซ์ที่เหลือจากลูกค้ามาลองฉีดกันเองในกลุ่มพนักงาน จนคิดว่าตัวเองชำนาญแล้วก็เลยมาสมัครเป็นหมอ

 

Sponsored Ad

 

        [อ่านข่าว : "พิมรี่พาย" ปล่อยโฮกลางไลฟ์ แจงปมหมอปลอม กราบขอโทษลูกค้าคลินิก ขอเอาศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน]

 

Sponsored Ad

 

        ซึ่งหลังจากที่มีประเด็นดังกล่าวขึ้นมาก็ถูกตั้งคำถามถึงยาที่ใช้ว่าเข้าข่ายได้มาตรฐานหรือไม่ พิมรี่พายต้องออกมาร่ำไห้ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จนกระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา "นพ.เกรียงไกร อ่าวอุดมพันธ์" ผู้ก่อตั้ง Dio Clinic by Dr.Ole ดีโอคลินิก บาย หมอโอเล่ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก Kriangkrai Aowudomphan 

        โดยคุณหมอโอเล่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า เปิดคลินิกมานานแล้ว การตรวจสอบแพทย์ไม่ควรจะผิดพลาด และต่อให้อ้างว่าไม่รู้ แต่ในความผิดฐานะผู้ประกอบการ ยังไงก็ควรถูกลงโทษ และการที่ไลฟ์ขายคอร์สความงาม โชว์ยา กล่องยา ถือว่าผิด พ.ร.บ.โฆษณาชัดเจน นอกจากนี้ยาบางตัวไม่มีสลาก อย. ติดมาด้วย และนั่นถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก

 

Sponsored Ad

 

        นอกจากนี้ยังมีอีกจุดที่น่าสงสัยนั่นคือเรื่องของวิธีสั่งซื้อยาและเครื่องมือทางการแพทย์ต่าง ๆ ที่จริง ๆ แล้วต้องสั่งซื้อกับบริษัทที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย แต่ก่อนหน้านี้ทางด้านพิมรี่พายได้เผยว่า ซื้อยาจากเอเจนซี่ต่าง ๆ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ 

 

Sponsored Ad

 

        นอกจากนี้คุณหมอโอเล่ยังเผยอีกว่า จากประสบการณ์การทำคอร์สมา 15 ปีของตนบอกได้เลยว่า ราคาทุนยังไม่ได้เลย ตนเลยคิดว่า ถ้าไม่ได้ใช้ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจจะรับยาต่าง ๆ ไม่ครบตามปริมาณที่บอกไว้ ตนจึงสงสัยว่า ทำไมไม่สั่งยาจากบริษัทที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย เพราะสามารถนำใบสั่งซื้อไปหักภาษีค่าใช้จ่ายได้ มากกว่าการซื้อจากเอเจนซี่ที่ไม่สามารถนำใบสั่งซื้อไปหักภาษีได้

        ก่อนจะทิ้งท้ายว่า ถ้ายังรักชีวิตอยู่อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับของที่ไม่ได้คุณภาพ หัดตรวจสอบด้วยตัวคุณเองทั้งชื่อคลินิก ชื่อแพทย์ เวชภัณฑ์ เพราะทุกวันนี้มือถือเครื่องเดียวก็เช็กได้หมดทุกอย่างแล้ว

 

Sponsored Ad

 

        ทางด้านคุณหมอโอเล่ได้ยืนยันว่าที่ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าวก็เพราะตนให้ความรู้ประชาชนที่จะเข้าถึงการรักษาหรือปรึกษาด้านคอสเมติกให้ได้อย่างปลอดภัยเท่านั้น ตนไม่ได้มีจุดประสงค์จะโจมตีหรือใส่ร้ายใครหรือทำร้ายใคร

        ทั้งนี้ทางด้านพิมรี่พายก็เคยได้พูดถึงประเด็นดังกล่าวแล้วว่า การซื้อยาไม่จำเป็นต้องซื้อบริษัทแม่ที่เดียว ตนซื้อต่อมาอีกทีจากบริษัทหนึ่ง ซื้อมาจากเซลส์ท่านหนึ่ง ที่ตนไม่ได้ออกมาอธิบายแต่แรกเพราะตนใช้ยาหลายตัว และตนมองว่าเป็นความลับทางการค้า ไม่จำเป็นต้องเอาใบเสร็จออกมาเปิดเผย

ที่มา : เฟซบุ๊ก อิส คิวท์ คลินิก, เฟซบุ๊ก Kriangkrai Aowudomphan

บทความที่คุณอาจสนใจ